ยิงเมีย-ลูกเลี้ยงดับคาร้านอาหาร 2 ศพ หลานหนีตายออกมาได้ ล้อมระทึก 3 ชั่วโมง

(6 พ.ค.63) ร.ต.อ.ไวพจน์ ไกรวาปี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองมหาสารคาม ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่ร้านอาหารครัวปักษ์ใต้ ถนนมหาชัยดำริห์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ผู้ก่อเหตุยังขังตัวเองอยู่ภายในร้าน และมีผู้ถูกอาวุธปืนยิง 3 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ชุดสืบสวน ภ.จว.มหาสารคาม หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสุทธาเวส กู้ชีพโรงพยาบาลมหาสารคาม และหน่วยกู้ภัยจีเสียงเกาะ โดย 1 ในผู้ได้รับบาดเจ็บ สามารถหนีออกมาได้ 
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายพลกฤต อายุ 18 ปี มีศักดิ์เป็นหลานของผู้ก่อเหตุ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณกลางหลัง ลักษณะคล้ายถูกปลอกกระสุนปืนกระเด็นใส่ เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม โดยให้การว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอุดมศักดิ์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นน้าของตน ส่วนผู้ถูกยิงอีก 2 คน คือ นางปราณีต อายุ 42 ปี เป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ ทำงานที่ อบต.แห่งหนึ่งในอำเภอวาปีปทุม และ นายธนิช อายุ 23 ปี เป็นลูกติดภรรยาและเป็นลูกเลี้ยงของผู้ก่อเหตุ
โดย นายอุดมศักดิ์ ยังคงขังตัวเองอยู่ในบ้านพร้อมอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมพื้นที่ และกันประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกห่างจากบริเวณที่เกิดเหตุ และขอให้ประชาชนงดไลฟ์สดบนสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากเกรงว่าจะเพิ่มความเครียดให้กับผู้ก่อเหตุ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพี่ชายของผู้ก่อเหตุมาเจรจาพูดคุย เบื้องต้นทราบว่าเกิดจากปัญหาส่วนตัว ทั้งเรื่องครอบครัว และปัญหาเศรษฐกิจ โดยชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงทะเลาะวิวาท ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัด จากนั้นหลานที่ถูกยิงได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมจนถึงเวลา 18.45 น. นายอภิชาต จึงยอมเปิดประตูออกมามอบตัว โดยมี พ.ต.อ.ธนิต เหรียญเจริญ ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม และพี่ชายเป็นผู้พาออกมา
ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบภายในร้านที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางประณีต สภาพนั่งพิงผนัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าที่คิ้วขวาทะลุท้ายทอย ข้างกันพบศพ นายธนิช ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าที่ขมับ โดยในที่เกิดเหตุพบกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 9 ปลอก และที่บริเวณโต๊ะมีเงินวางอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมขวดเบียร์ เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุมีความเครียดปัญหาส่วนตัวทั้งเรื่องปัญหามรดก เงินทอง ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง
Data: sanook