#Saveบำราศนราดูร เพจดังโต้เดือดหลังผู้ป่วยโควิด-19 เคสผับทองหล่อ โพสต์ตำหนิการรักษา


เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.63) มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งระบุว่าตนเองเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากเคสสถานบันเทิงทองหล่อ ออกมาโพสต์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 อีกทั้งยังเล่าประสบการณ์ของตนเองในขณะที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร โดยตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ที่ไม่ยอมแจ้งข้อมูลใดๆ หรือตอบข้อสงสัยของผู้ป่วยได้เลย และที่สำคัญคือ ตลอด 10 วันที่นอนรักษาตัว ไม่เคยพบหมอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"10 วันที่อยู่ในบำราศฯ ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังอยู่ในแดนสนธยาหรืออาจเป็นเพราะพวกผมเข้ามาแอดมิทโดยที่ไม่มีอาการใดๆ ทุกคนในห้องที่อยู่ด้วยกันไม่มีใครได้รับยาหรือการรักษาใดๆ นอกจากได้ยานอนหลับคนละเม็ดก่อนนอนกับอาหารวันละ 3 มื้อ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 11/03 จนถึงวันนี้ 20/03 เป็นเวลา 10 วันเต็มๆ ที่เข้ามา admit ผมยังไม่เคยได้เจอหมอเลยสักครั้งเดียว ไม่มีแม้แต่คำวินิจฉัยโรคจากหมอที่จะทำให้ผมเข้าใจโรคที่ผมกำลังเป็นมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่โรคนี้มันกำลังระบาดอย่างรุนแรงไปทั่วโลกในตอนนี้ แต่ผมกลับไม่รู้แม้กระทั่งว่าผมกำลังอยู่ในระยะไหนของโรค เชื้อมันกำลังฟักตัว หรือมันกำลังจะแสดงอาการหรือว่ามันกำลังจะหาย รู้แค่ว่าอยู่ๆ ไปรอเชื้อหมดก็กลับบ้านได้ อยู่แบบที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสใดๆ ไม่มีแม้แต่คำแนะนำว่าระหว่างอยู่ในนี้จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเชื้อจึงจะหายไวขึ้น แล้วการอยู่รวมกันหลายคนในห้องจะส่งผลอะไรกับปริมาณเชื้อในร่างกายไหม"
"จนถึงวันนี้ผมยังคงไม่ได้เจอหมอหรือได้รับคำแนะนำใดๆ จากสถานบาลแห่งนี้นอนรอตรวจเชื้อไปวันๆ แบบงงๆ ว่าสรุปจะต้องตรวจผลที่ บำราศฯ และ กรมวิทย์ฯ ทั้งสองที่แล้วเป็นลบถึงจะได้ออก แต่ระหว่างรอผลจากกรมวิทย์ฯ พยาบาลก็มาบอกว่าต้องรอผลที่บำราศฯ เป็นลบก่อนถึงจะส่งผลไปตรวจที่กรมวิทย์ฯ สรุปคือส่งไปพร้อมกันทั้งสองที่หรือว่าส่งตรวจทีละที่จนถึงวันนี้ 10 วันแล้วผมยังไม่รู้เลยว่ายังไง เพราะพยาบาลคนหนึ่งพูดอย่างอีกคนพูดอย่าง ส่วนหมอไม่ต้องพูดถึงเพราะไม่พูดไม่คุยอะไรสักอย่าง"
ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Infectious ง่ายนิดเดียว ซึ่งเป็นเพจที่ให้ความรู้ทางการแพทย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ผู้ป่วยรายดังกล่าว พร้อมติดแฮชแท็ก #Saveบำราศนราดูร โดยได้อธิบายในส่วนของการรักษาและการทำงานของเจ้าหน้าที่ เอาไว้ว่า...
1. เคสมีความหลากหลาย ไม่รุนแรงถึงรุนแรงมาก ที่หมอไม่เข้าห้องทุกวันเพราะ เค้าเห็นว่าคุณอาการดี ทุก รพ. ทั่วโลกก็เป็นแบบนี้ แต่มีเจ้าหน้าที่ ดูแลผ่านกล้องวงจรปิด สอบถามอาการตลอดผ่านโทรศัพท์. เค้าไม้ได้ทิ้งคุณนะ เค้าก็ต้องเซฟตัวเอง เข้าห้องให้น้อยที่สุด ทำไมไม่พูดหรือพิมพ์ออกมา
ว่ามีเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาลให้ยา เจาะเลือด MT RT เจ้าหน้าที่ x-ray รุมดูแลคุณตลอด 10 วัน แต่คุณอยากให้เจ้าหน้าที่ดูแล ใกล้ชิด ลองอาการหนักสิ ได้สมใจแน่ ยังไม่ดีใจอีก อาการดี
2.กักตัว 10 วัน เนื่องจากเค้าต้องมั่นใจว่าคุณไม่มีเชื้อแล้ว โดยการตรวจป้ายคอเพื่อหาเชื้อต้องไม่พบเชื้อ 2 ครั้งห่างกัน 48 ชม. เพราะขืนปล่อยคุณไปจะแพร่คนอื่นไง 10 วัน
ก่อนป่วยประวัติคุณก็ไม่ดีละ ไปเที่ยวกับเพื่อนทั้งที่เค้าประกาศห้ามชุมนุม ขืนปล่อยไป สันดาน นิสัยเดิมของคุณ ใครจะมั่นใจได้ว่า จะกักตัวจริง
ทำจะเป็นจะตาย ว่าเค้าว่าแดนสนธยา แหม ทีเวลาไปเที่ยวทั้งที่ประชาชนคนอื่น เค้ามีจิตสำนึก อยู่บ้าน เค้าก็ต้องกักตัว เก็บตัว ดูคุณสิไปเที่ยวปาร์ตี้ จนได้โรคกลับมา ยอดขึ้นเพียบ เค้าก็ต้องกักคุณจนกว่าจะไม่เจอเชื้อไง ไม่งั้นจะไปแพร่เป็น superspreder ไง ไม่พิมพ์บอกเล่า ว่าเค้าเอาพ่อแม่พี่น้องคนสัมผัสใกล้ชิดคุณมาตรวจด้วย ดูแลอย่างดี สำนึกข้าวสุก บุญคุณมีบ้างไหม
3.ไม่ป่วยหนักก็ดีแล้ว อยากปอดบวม แย่ใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องกินยาหลายๆตัว?
แหม โชคดีแค่ไหน อยู่ห้องเดี่ยว เงินก็ไม่ต้องเสีย แทนที่จะคิด จดบันทึกอาการ การอยู่ 10 วัน หายดีออกมาเล่าเรื่องดีๆ ขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ นี่อะไร ออกมาได้มาด่าหมอ ด่าพยาบาล โทษคนอื่น พื้นฐานครอบครัวคุณเป็นแบบไหน
4.เจ้าหน้าที่เหนื่อยแค่ไหน คุณน่าจะได้เห็นนะ ถ้าตาไม่บอด และเอาอคติในใจออกเจ้าหน้าที่ ขึ้นเวร 24 ชม. 10 วัน วันละ 3 เวร แสดงว่ามี 30 เวร. 1 เวร มีหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ เภสัช ผู้ช่วยพยาบาล แม่บ้าน รปภ. คนงาน รวมๆน้อยที่สุด 1 เวรมี 10 คน คุณอยู่ 10 วัน มีคนดูแลคุณ 300 คน !!!! ควรขอบคุณพวกเค้านะ ไม่ใช่มาด่าเค้า
5. ย้ายเตียงตี 1.00 น. ย่อมมีเหตุผลเช่น มีคนไข้อาการหนักกว่า ต้องใช้เตียง
ย้าย ตี 1 คุณแค่เก็บของ ย้ายก้นออกมา เปลี่ยนที่นอน แต่เจ้าหน้าที่ต้อง ทำความสะอาด ปูผ้า ปูเตียง จัดแจงห้องใหม่ งานหนักกว่าคุณหลายเท่า คุณย้ายเสร็จคุณได้นอน แต่เจ้าหน้าที่ต้องรับเคสใหม่ และคงไม่ได้นอน ตาคุณคงบอด จนไม่เห็นเจ้าหน้าที่ภาระงานหนักขนาดไหนตลอด 10 วัน
 อย่างไรก็ตาม จากโพสต์ดังกล่าวก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรของ สถาบันบำราศนราดูร เป็นจำนวนมาก
 Data : sanook.com
ใหม่กว่า เก่ากว่า