อาหารอะไรบ้างที่ย่อยยาก กินแล้วเสี่ยงผายลมสูง

อาหารอะไรบ้างที่ย่อยยาก กินแล้วเสี่ยงผายลมสูง

การเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก กินอะไรเข้าไป ร่างกายของเราก็จะเป็นอย่างนั้น  เพราะฉะนั้น การเลือกแต่อาหารที่อร่อยถูกปากจึงไม่อาจเป็นคำตอบสุดท้ายได้ ในเรื่องของการย่อยอาหารก็ถือเป็นจุดสำคัญอีกหนึ่งจุดที่มองข้ามไม่ได้ เพราะบางทีอาหารบางอย่าง คนแต่ละคนก็มีความสามารถในการย่อยที่ไม่เท่ากัน ซึ่งหากอวัยวะภายในของเราย่อยอาหารเหล่านี้ได้ไม่หมด ก็จะเกิดเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการที่เรียกกันว่า “การผายลม” นั่นเอง
แม้ว่าการผายลมจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องปกติถ้าคนเราจะผายลมออกมาให้ผู้อื่นได้ดมเล่นอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและย่อยง่าย จึงสามารถช่วยให้ระบบทางเดินอาหารของเราไม่ต้องทำงานหนักมากจนเกินไป อีกทั้งต้องรู้จักลดการรับประทานอาหารที่ย่อยยากลงด้วย จะได้หมดปัญหาการผายลมที่ไม่ต้องการได้เสียที แต่ว่าอาหารอะไรบ้างหรือที่ส่งเสริมให้เกิดการผายลมมีอะไรบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
5 อาหารส่งเสริมการผายลม
1. ถั่ว  
ถั่ว เป็นอีกแหล่งโปรตีนทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการรับประทานเนื้อสัตว์  แต่ถั่วก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ทำให้เกิดการผายลมได้ง่ายๆเช่นกัน เนื่องจากเอนไซม์ที่ร่างกายใช้ในการย่อยถั่วจะพบได้จากแบคทีเรียซึ่งมีชีวิตอยู่ในกระเพาะอาหารเท่านั้น ซึ่งหากคุณไม่ได้รับประทานถั่วเป็นประจำ ร่างกายก็จะมีเอนไซม์ไม่เพียงพอต่อการย่อยถั่วที่เรารับประทานเข้าไป ทำให้เกิดเป็นแก๊สขึ้นในร่างกาย และเมื่อสะสมมากๆเข้าก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบของการผายลมนั่นเอง
2. บร็อกโคลี่และกะหล่ำปลีดิบ
ใยอาหารจากผักสามารถช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การรับประทานผักบางชนิดแบบผิดวิธี ก็อาจจะส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารได้เช่นกัน โดยเฉพาะผักบร็อกโคลี่และกะหล่ำปลีดิบ ที่มีผลต่อการย่อยอาหารที่ยากลำบากมากขึ้น การรับประทานผักทั้งสองชนิดนี้แบบยังไม่สุก จะมีผลให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารขึ้นได้ เนื่องจากผักเหล่านี้จะมีสารซัลเฟอร์ค่อนข้างสูง และมีผลต่อการผายลมของคนเรา หากไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เพียงแค่นำผักเหล่านี้ไปผ่านความร้อนด้วยการลวกเพียงเล็กน้อย สารซัลเฟอร์ที่อยู่ภายในก็จะสามารถสลายหายไป และไม่ทำให้เกิดอาการย่อยยากอีกต่อไปแล้ว
3. หัวหอมดิบ
แม้แต่การรับประทานหัวหอมดิบ ก็เป็นสาเหตุให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยได้เช่นกัน ทั้งนี้เป็นเพราะในหัวหอมจะมีสารไฟโตนิวเทรียนต์บางชนิดที่ให้คุณเกิดอาการปวดท้องได้ ถ้าอยากจะได้ประโยชน์จากหัวหอมอย่างเต็มที่ แนะนำให้บริโภคในรูปแบบที่ผ่านการปรุงสุกมาแล้วจะเป็นผลดีต่อร่างกายมากกว่า
4. ไอศกรีม
เหตุผลที่ไอศกรีมกลายเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ย่อยยาก ก็เพราะขนมหวานจานนี้มีส่วนผสมของนม หากคุณเป็นคนที่ไม่ทานนมวัว การทานไอศกรีมเข้าไปในปริมาณมากๆจะทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยแน่นอน คุณจะรู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะอาหาร หรือเริ่มมีอาการท้องอืดเนื่องจากแก๊สที่มากเกินไป จนนำไปสู่การผายลมที่ห้ามเอาไว้ไม่อยู่นั่นเอง นอกจากนี้ ไอศกรีมยังเป็นอาหารที่มีครีมหรือไขมันค่อนข้างสูง ซึ่งไขมันที่อยู่ในไอศกรีมเหล่านี้จะเป็นตัวขัดขวางการย่อยอาหารในร่างกายของเรา ทำให้อาหารติดค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้จะไม่ค่อยเกิดขึ้นหากคุณเลือกทานเป็นไอศกรีมที่มีส่วนผสมของนมหรือไขมันที่น้อยลงหรือไม่มีเลย เช่น ไอศกรีมซอร์เบท เป็นต้น
4. หมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล
ใครที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นประจำต้องระวังปัญหานี้ให้ดี    เพราะหมากฝรั่งมักจะมีส่วนประกอบของน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่มีชื่อว่า ซอร์บิทอล (Sorbitol) อยู่เสมอ สารตัวนี้ถูกใช้เป็นสารให้ความแทนน้ำตาล ที่มีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีในหมากฝรั่ง ก็คือ การเพิ่มความสดชื่น และความรู้สึกเย็นซ่าในปาก จนกลายเป็นเอกลักษณ์ และทำให้ผู้คนติดอกติดใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การรับประทานน้ำตาลชนิดนี้ในปริมาณมาก อาจเป็นสาเหตุให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารที่มากเกินกว่าปกติได้ ดังนั้น ควรบริโภคแต่น้อยเท่าที่พอจำเป็น ก็น่าจะเป็นหนทางแห่งสุขภาพที่ดีมากกว่า
อาหารไม่ใช่แค่ให้ประโยชน์หรือทำให้อิ่มท้องเท่านั้น เพราะการที่เรารับประทานมันเข้าไปผิดวิธีหรือผิดปริมาณ คุณประโยชน์ที่ควรจะได้ก็จะหายไปทันที หลงเหลือไว้แต่สิ่งที่คุณไม่ค่อยต้องการเท่านั้น ดังนั้น การหันมาเอาใจใส่ในชนิดของอาหารที่รับประทานกันดูสักนิด ชีวิตก็จะปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
 Data from:  ThaiJobsGov
ใหม่กว่า เก่ากว่า