ซี๊ดดด…กุ้งแม่น้ำตัวโตๆ กินแล้วเสี่ยงโรคร้ายจริงหรือ?

มันกุ้งเยิ้มๆช่างน่าเย้ายวนใจและยั่วให้น้ำลายสอเสียเหลือเกิน การได้ลองลิ้มชิมรสเนื้อกุ้งเด้งๆเคล้ากับมันกุ้งเยิ้มๆรสหวานมัน ช่างเป็นความสุขที่หลายคนตามหากันมาอย่างเนิ่นนาน แต่การบริโภคกุ้งแม่น้ำตัวโตๆเช่นนี้ให้อะไรแก่เราบ้าง นอกเหนือจากความเอร็ดอร่อยแล้ว คุณประโยชน์หรือโทษที่เราจะได้รับมีอะไรอีก ถ้าคุณพร้อมแล้วมาตามมาคำตอบกันเลยค่ะ
กุ้งแม้น้ำตัวโตๆ เป็นหนึ่งในอาหารที่คนส่วนใหญ่ต้องถ่ายรูปก่อนทาน เพื่อให้ชาวโซเชี่ยวได้รับรู้ถึงความเอร็ดอร่อยไปด้วยกัน ยิ่งเป็นภาพกุ้งตัวใหญ่ๆผ่าครึ่งที่มีส่วนหัวที่เป็นมันเยิ้มสีส้มๆ วางเคียงคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บด้วยแล้วละก็ ใครเห็นก็เป็นต้องน้ำลายสอไปด้วยตามๆกัน ถ้าพูดถึงความอร่อยเราคงไม่เถียง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องสุขภาพละ การทานกุ้งแม้น้ำบ่อยๆมีผลกระทบอะไรต่อร่างกายของเราบ้าง เตรียมใจไว้ให้พร้อมเลย
แน่นอนว่าการทาน “เนื้อกุ้ง” จะทำให้เราได้รับโปรตีน ที่มีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ซึ่งเป็นหนึ่งสารอาหารที่ร่างกายของเราขาดไม่ได้ ในขณะที่ “มันกุ้ง” ก็คือ ตับของกุ้ง ที่ทำหน้าที่ไม่ต่างจากตับของคนเลย ด้วยเหตุนี้เองจึงมีความกังวลมากมายเกิดขึ้นว่า การทานมันกุ้งหรือตับกุ้งจะทำให้เราได้รับสร้างพิษและโรคร้ายต่าง ๆหรือไม่?
หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า “การที่ตับของกุ้งเหมือนกันกับตับของสัตว์และคน ซึ่งทำหน้าที่ในการกรองสารพิษและเชื้อโรคออกจากกระแสเลือด ตลอดจนสร้างน้ำย่อยให้แก่ระบบทางเดินอาหารในร่างกาย จะทำให้ตับกุ้งกลายเป็นที่รวมของสารพิษต่างๆ เป็นแหล่งรวมพิษภัย และสร้างโรคภัยให้แก่ผู้รับประทานได้อย่างดีหรือไม่ นอกจากนี้ มันกุ้งยังประกอบไปด้วยคอเรสเตอรอลในปริมาณมาก ซึ่งมีผลทำให้เกิดโรคภัยทั้งโรคหัวใจ ภาวะหลอดเลือดต่าง ๆ ตีบตันได้หรือเปล่า”
สำหรับคำตอบของคำถามนี้ ได้มีการชี้แจงโดย ดร.สมเกียรติ์ กาญจนาคาร นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำจืด สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ไว้ว่า “แม้ว่ามันกุ้งจะเป็นตับของกุ้งจริงๆ และมีหน้าที่ในการย่อยอาหารของกุ้ง แต่จากการตรวจที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามันกุ้งเป็นแหล่งรวมโรคและสารพิษของกุ้ง ข้อมูลจากการวิจัยในเรื่องดังกล่าวยืนยันไม่ได้ว่า มันกุ้งคือแหล่งสะสมของเชื้อโรคจริงหรือไม่ อีกทั้งเรื่องที่ว่ามันกุ้งเป็นแหล่งรวมของสารโลหะหนักหรือสารพิษก็ไม่มีข้อมูลวิจัยเช่นกัน”
ดร.สมเกียรติ์ จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกไปกับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ หากคุณมั่นใจว่าได้เลือกบริโภคกุ้งที่ผ่านการทำสุกด้วยความร้อนเรียบร้อยแล้ว เชื้อโรคที่อยู่ในกุ้งก็คงจะตายไปหมด ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังไม่มีรายงานว่าเชื้อโรคในกุ้งสามารถติดต่อถึงคนได้ด้วย
ต่อไปนี้ก็คงสบายใจกันไปได้บ้างแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าสามารถทานกุ้งแม่น้ำตัวโตๆได้อย่างเต็มปากเต็มคำและเต็มอกเต็มใจแบบไม่ต้องกังวลสารพิษตกค้าง อย่างไรก็ตาม การรับประทานมันที่หัวกุ้งมากเกินไปก็ยังไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากสักเท่าไร เพราะมันกุ้งเป็นแหล่งของคอเลสเตอรอลในปริมาณที่สูงมาก หากใครที่สุ่มเสี่ยงต่อการมีไขมันในเส้นเลือดสูง หรือมีพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคไขมันในเลือดสูง โอกาสที่คุณจะเป็นไปตามกรรมพันธุ์ก็มีสูงมากด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น กินให้พอหายอยากก็น่าจะพอแล้ว
ที่สำคัญที่ต้องระวังอีกหนึ่งเรื่อง ก็คือ การปรุงสุก เพราะกุ้งเผาบางร้านอาจนำไปผ่านความร้อนได้ไม่มากเพียงพอที่จะทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคได้ หากคุณทานกุ้งเผาที่ยังไม่สุกดีเข้าไป ก็อาจทำให้ได้รับเชื้อจุลินทรีย์จนทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ และท้องเสียเอาได้ง่ายๆ
ถ้านานๆทานครั้ง ก็ไม่ต้องเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากสักเท่าไรค่ะ เพราะการที่เรารับประทานอาหารอย่างหลากหลาย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการได้รับหรือสะสมสารอันตรายจากอาหารได้ แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้น ต้องอย่าลืมสำรวจเงินในกระเป๋าสตางค์คุณไว้ด้วยนะคะ เพราะกุ้งเผาเหล่านี้อาจจะไม่ทำลายสุขภาพของคุณได้เท่ากับกาทำลายสภาพคล่องทางการเงินหรอกค่ะ เพราะกุ้งตัวนึงก็ราคาไม่เบาเลยเชียวละ...ขอให้เอร็ดอร่อยกับอาหารที่ถูกปาก ถูกใจ และมีสุขภาพที่ดีได้ในทุกวันค่ะ
Data from:  dailynews.co.th
ใหม่กว่า เก่ากว่า