เป็นเล็บขบ..ปวดมากใช่มั้ย? แชร์ต่อ..รักษาเล็บขบ..ด้วยสมุนไพรไทย

เล็บขบอาการอันแสนทรมานไม่ว่าจะย่างกรายไปทางไหนก็เจ็บปวดเท้าไปหมด ยิ่งมีอาการเป็นหนองด้วยแล้วยิ่งปวดหนักเป็น 2 เท่า บางคนที่เป็นหนักมากๆถึงกับต้องถอดเล็บกันเลยทีเดียว วันนี้เรามีคำแนะนำดีดีมาฝากเพื่อนๆกันค่ะวิธีขจัดปัญหาที่เกี่ยวกับเล็บขบต่างๆ มาดูกันเลยค่า
โดยปกติแล้วเล็บมีหน้าที่ป้องกันอันตรายให้นิ้ว บริเวณเล็บนี้จะไม่มีเส้นประสาทอยู่ ทำให้เราไม่รู้สึกเจ็บปวดเมื่อเกิดโรคขึ้นกับเล็บ แต่ถ้าโรคนั้นเข้าไปถึงผิวหนังแล้วก็สร้างความปวดร้าวให้เจ้าของเล็บ เล็บขบโรคเล็บที่เกิดขึ้นได้บ่อยมากๆ มีสาเหตุเกิดจากเชื้อ Staphylococcus หรือ Stertococcus ทำให้เกิดการอักเสบบวมแดงรอบๆ ขอบเล็บ และทำให้มีอาการปวดเล็บ บางรายอาจมีหนองร่วมด้วย มักจะเกิดบริเวณนิ้วเท้า โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งเล็บโดยที่เชื้ออาจเข้าสู่บริเวณผิวหนังที่มีแผล เนื่องจากการแช่น้ำนานขณะทำเล็บก็เป็นได้ค่ะ
สาเหตุของการเกิดเล็บขบ
1. สวมใส่รองเท้าที่บีบเท้ามากจนเกินไป ทำให้เนื้อที่อยู่ด้านข้างของเล็บถูกบีบเข้ามา เล็บเลยขดงอเข้าไปตรงเนื้อด้านข้างแทน เมื่อเล็บงอกยาวขึ้นมันก็จะงอกลึกลงไปในเนื้อ ทำให้รู้สึกเจ็บ ปวด และการใส่รองเท้าส้นสูงที่มีปลายเท้าแหลมเกินไป ก็อาจทำให้เท้าถูกบีบจนเล็บงอกตามปกติไม่ได้เช่นกันค่ะ
2. ตัดเล็บไม่ถูกวิธี บางคนตัดเล็บด้านข้างเป็นมุมแหลมชิดเนื้อ หรือลึกเกินไป ทำให้เล็บที่งอกใหม่ไปทิ่มที่ซอกเล็บ จนเกิดแผลและมีอาการปวดตามมา หรือบางคนชอบแต่งเล็บให้โค้งเข้าซอกเล็บมากเกินไป และชอบแคะ ขูด งัดซอกเล็บบ่อยๆ
3. ติดเชื้อราที่เล็บ
4. เกิดอุบัติเหตุบริเวณนิ้วเท้าบ่อยๆ เช่น ปลายนิ้วเท้าชอบไปชนอะไรบ่อยๆ ทำให้เล็บฉีกขาดแทงเข้าไปในซอกเล็บได้

วิธีรักษาเล็บขบแบบง่ายๆด้วยตัวเอง
วิธีนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีอาการไม่มาก เพียงแค่ปวดบวมแดงเล็กน้อย และยังไม่มีหนอง
1. แช่เท้าในน้ำอุ่น หรือน้ำเกลืออุ่นๆประมาณ 10 นาที เพื่อบรรเทาอาการปวดก่อนค่ะ
2. ตัดเล็บส่วนเกินที่ไม่เจ็บออก เพื่อไม่ให้มีเศษผงหรือสิ่งสกปรกค้างอยู่ เพราะเศษสิ่งสกปรกพวกนี้จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อรุนแรงขึ้น
3. ใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% เช็ดเล็บให้สะอาด
4. ใช้เส้นด้าย ไม้จิ้มฟันก้านบางๆ ไหมขัดฟันที่เล็กๆ หรือวัสดุอะไรที่มีขนาดบางๆ แต่แข็งพอสมควร สอดเข้าไปใต้เล็บแล้วงัดเล็บขึ้นมา อาจจะรู้สึกปวดบ้าง ควรทำอย่างเบามือที่สุดค่ะ
5. นำสำลีสอดลงไปบริเวณที่เล็บขบอยู่ จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ แล้วกินยาปฏิชีวนะประเภทเตตร้าซัยคลิน หรือแอมพิซิลลิน และก็กินยาแก้ปวดพวกพาราเซตามอล จะบรรเทาอาการเจ็บปวดและการอักเสบจากการติดเชื้อลงได้มาก
วิธีนี้รักษาเล็บขบวิธีนี้ยังสามารถอาบน้ำล้างเท้าได้ตามปกติ และควรจะถูสบู่ที่ซอกเท้า ซอกเล็บวันละ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดเชื้อโรคออกด้วย หลังอาบน้ำเสร็จควรใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดเล็บให้สะอาด แล้วใช้ผ้าพันไว้ เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไปในซอกเล็บอีก

วิธีรักษาเล็บขบด้วยสมุนไพรไทย

สูตรที่ 1 : นำใบฝรั่งสด 2 ใบมาโขลก ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา ข้าวสุก 2 ช้อนโต๊ะคนผสมให้เข้ากัน นำมาพอกตรงหนองบริเวณที่เล็บขบจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้
สูตรที่ 2 : นำไพลมา 1 แง่ง (ยาวประมาณ 2 นิ้ว) มาตำ และใส่เกลือตัวผู้ (เกลือที่เป็นเม็ดยาวๆ ) ประมาณ 7 เม็ด ข้าวสุก 1 กำมือ ตำผสมกันให้ละเอียด พอกบริเวณที่เป็นแผลประมาณ 20 นาทีจะทำให้หนองแตกออกมาและหายปวดได้
สูตรที่ 3 : ฝานมะนาวตรงส่วนหัวออกให้มีขนาดพอให้นิ้วสอดเข้าไปได้ แล้วใช้มีดคว้านเอาเนื้อในออกเล็กน้อย จากนั้นทาปูนแดงบางๆบริเวณที่เล็บขบ แล้วสอดนิ้วเท้าที่เป็นเล็บขบเข้าไปข้างในมะนาวที่ฝานแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที วิธีนี้ทำวันละ 2 – 3 ครั้ง เช้า-เย็น อาการปวดจะทุเลาขึ้น
สูตรที่ 4 : นำใบเทียนดอกประมาณ 7-10 ใบ (หรือดอกก็ได้) มาตำให้ละเอียด แล้วพอกบริเวณเล็บขบ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
สูตรที่ 5 : ใช้เกลือป่นอัดใส่เข้าไปตามซอกเล็บเท้าที่เจ็บ ถ้าเจ็บมากให้ใส่เกลือทุกเช้า –เย็นจนกว่าจะหาย
สูตรที่ 6 : ใช้ใบพลูประมาณ 3 – 5 ใบ ตำผสมกับเกลือ แล้วพอกตรงบริเวณที่เล็บขบ วันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น พอกไว้ประมาณ 5 – 7 วันอาการจะทุเลาลงค่ะ
ถ้ามีอาการเล็บขบที่หนักมาก เช่น นิ้วบวมมาก มีหนองไหล เกิดการติดเชื้อต้องไปพบแพทย์ค่ะ แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแบบทาหรือแบบรับประทานมาให้ แต่ถ้ามีก้อนเนื้อบริเวณข้างเล็บหนาตัวขึ้นแพทย์ก็จะทำการช่วยถอดเล็บให้ค่ะ ยังไงถ้าเป็นไปได้เราควรใส่ใจบริเวณเล็บเท้าของเราให้มากขึ้นดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องมีอาการเจ็บปวดทรมาน และต้องเสียเวลารักษายาวนานไม่คุ้มนะคะ
ใหม่กว่า เก่ากว่า