2 สามี-ภรรยา ขรก.บำนาญ ป่วยเบาหวานนาน10ปี หันพึ่งสมุนไพรจนหาย ไม่ต้องตัดนิ้วเท้า!!

กระหึ่มวงการสมุนไพรไทย 2 สามี-ภรรยา อดีตข้าราชการทหารบก-ครู ชาวสุพรรณบุรี ป่วยเป็นโรคเบาหวานนานกว่า 10 ปี สุดทรมาน ต้องตัดนิ้วเท้าทิ้ง ก่อนหันพึ่งสมุนไพรหมอเณรจนหาย ด้าน จนท.สสจ.น้องสาว มั่นใจสมุนไพรช่วยฟื้นฟูระบบภายในร่างกายในตัวของมันเอง ส่วนลูกสาวสุดดีใจที่แม่ไม่ต้องตัดนิ้วเพิ่ม
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ 12 เม.ย.58 ร.ต.วิบูลย์ รอดอำพันธุ์ อายุ 66 ปี( ข้าราชการบำนาญทหารบก )นางอารีย์ รอดอำพันธุ์ อายุ 60 ปี ( ข้าราชการบำนาญครู ) สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 180 ถ.นางพิม ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี น.ส.ปฐมาวดี รอดอำพันธุ์ อายุ 28 ปี อาชีพทำธุรกิจส่วนตัว ลูกสาว และน.ส.ศรีรัตนา จันทร์ฉาย อายุ 56 ปี นักวิชาการสาธารณะสุข ชำนาญการ สังกัด สสจ.สุพรรณบุรี และผู้แทนกลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นน้องสาวนางอารีย์ อยู่บ้านเลขที่ 420 ถ.ประชาธิปไตย ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เดินทางมาพบนายชัยรัตน์ นนทชัย หรือหมอเณร หมอยาสมุนไพรชื่อดัง ที่สวนสมุนไพรหมอเณร เลขที่ 36 หมู่ 10 ต.สระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เพื่อรับยาสมุนไพรไปรับประทานรักษาโรคเบาหวานในรอบ 4 เดือนหลังจากอาการป่วยดีขึ้นและรอดจากการถูกตัดนิ้วเท้า สำหรับ ร.ต.วิบูลย์ นอกจากป่วยเป็นโรคเบาหวานแล้ว ยังป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน อีกด้วย
นางอารีย์ เล่าว่าตนเริ่มป่วยเป็นโรคเบาหวานมาตั้งแต่ปี 2544 รักษาตามโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงหลายแห่งแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ได้แต่ทุเลาลงบ้างเล็กน้อย ขณะนั้นเท้าขวาเริ่มบวมและเขียวอาการของโรคเบาหวานกินเนื้อลึกลงไปจนถึกกระดูกนิ้วนางด้านขวา สุดท้ายหมอจึงต้องตัดนิ้วนางทิ้ง ต่อมาก็เริ่มลามไปที่นิ้วอื่นๆ โดยหมอก็บอกว่าหากเป็นอีกก็จะต้องตัดนิ้วทิ้งอีก นอกจากที่ตนถูกตัดนิ้วแล้ว อาการของโรคเบาหวานก็กำเริบมีอาการวิงเวียนศรีษะหน้ามืดและน็อกไปโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกครั้งก็อยู่ที่โรงพยาบาล นอกจากนี้อาการยังลามไปที่ดวงตาทำให้มองไม่เห็น จึงต้องไปผ่าตัดดวงตาประมาณปี 2552 โดยกินยาตามที่หมอสั่งมาตลอดกว่า 10 ปีที่ป่วย แต่ก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเออรี่ออกจากเป็นข้าราชการครู
มากินยาสมุนไพรหมอเณรครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2557 จากการที่น้องสาวที่เป็นนักวิชาการ ชำนาญการ สังกัด สสจ.สุพรรณบุรี พามาหาหมอเณร โดยหมอเณรได้สั่งกำชับให้กินยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนก็ทำตามที่หมอเณรสั่ง ซึ่งปรากฏว่าอาการเขียวที่เท้าเริ่มทุเลาลงและหายในที่สุด ส่วนอาการเวียนศรีษะก็หายไปเช่นกัน และเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ไปหาหมอเพื่อตรวจดูอาการของโรคเบาหวานปรากฎว่าค่าไตจาก 40 กว่าลดลงเหลือ 20 กว่า ความดันจาก 200 กว่า ลดลงเหลือ 150 กว่า ค่าน้ำตาลจาก 192 ลดลงเหลือ 150 ตนยอมรับว่าหลังจากินยาสมุนไพรของหมอเณรอาการต่างๆที่เคยเป็นเช่นอาการมึนศรีษะ หน้ามืด ฉี่ไม่สุด อาการเท้าชานิ้วชา รวมทั้งอาการคลื่นไส้ ไม่เป็นอีกแล้ว ทำให้นอนหลับได้นาน จิตรใจก็ดีไปด้วย สำหรับค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงเพียงเดือนละประมาณ 1,000 กว่าบาทเท่านั้น 
ด้าน ร.ต.วิบูลย์ รอดอำพันธุ์ อายุ 66 ปี( ข้าราชการบำนาญทหารบก ) สามีนางอารีย์ กล่าวว่า เท่าที่ตนสัมผัสกับยาสมุนไพรมารู้สึกได้ว่ายาสมุนไพรใช้ในการรักษาอาการป่วยโรคเบาหวานได้ดีมาก ดีกว่าที่ไปรักษาตามโรงพยาบาล ซึ่งตนกับภรรยา ต่างไปรักษาโรคเบาหวานตามโรงพยาบาลมานานหลายปี แต่สุดท้ายก็มาพบกับหมอเณรเมื่อไม่นานมานี้เอง หลังจากกินยาสมุรไพรได้ไม่นานอาการของโรคเบาหวานของตนและภรรยาก็ดีขึ้นตามลำดับ นอกจากเป็นโรคเบาหวานแล้ว ตนยังป่วยเป็นโรคพาร์กิสันอีกด้วย ใครที่ป่วยเป็นโรคนี้ต่างทราบดีว่าทรมานแค่ไหน ซึ่งจากการสอบถามหมอเณร และให้ดูอาการหมอเณรบอกว่าสามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งตนจะลองรักษาดู เพราะที่ผ่านมาไปรักษามาหลายโรงพยาบาลอาการก็ไม่ดีขึ้น
ส่วน น.ส.ศรีรัตนา จันทร์ฉาย อายุ 56 ปี นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ สังกัด สสจ.สุพรรณบุรี และผู้แทนกลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า จากประสบการณ์การที่พาพี่สาวและพี่เขยมารักษาด้วยการกินยาสมุนไพร ทั้งสองคนอาการดีขึ้นตามลำดับ ทั้งๆที่เพิ่งกินยาได้ประมาณ 3 เดือนเศษเท่านั้น สมุนไพรของหมอเณรไม่ใช่แค่รักษาแผลเท่านั้น มันสามารถรักษาได้ทั้งระบบภายในของร่างกาย อีกทั้งทำให้ดวงตาของพี่สาวมองเห็นได้ชัดขึ้น แสดงให้เห็นว่าสมุนไพรไปช่วยฟื้นฟูระบบภายเซลร่างกายในตัวของมันเอง
ในฐานะที่ตนก็เป็นพยาบาลและเป็นหมอแพทย์แผนไทยคนหนึ่งมั่นใจในตัวยาสมุนไพรของหมอเณรเป็นอย่างมาก เมื่อเราเจอสิ่งดีๆก็อยากที่เผยแพร่ประสบการณ์ให้ประชาชนที่กำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานได้รับทราบ และไม่ต้องไปตัดมือตัดเท้าอีกต่อไป ทุกวันนี้เราพบว่าการรักษาแบบแผนปัจจุบัน หมอก็จะตัดแขนตัดขาไปเรื่อย ซึ่งขบวนการเหล่านี้การแพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับตัวยาสมุนไพรเลย ตนมองว่าควรที่จะเปิดโอกาสนำสมุนไพรที่มีคุณค่าอยู่ในตัวของมันมารักษาควบคู่กันไปกับแพทย์แผนปัจจุบัน เชื่อว่าศักภาพในการรักษาคนไข้จะเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายของคนไข้ได้เป็นอย่างดี
น.ส.ปฐมาวดี รอดอำพันธุ์ ลูกสาว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้แม่ถูกตัดนิ้วเท้าไปแล้วนิ้วหนึ่ง ภายหลังบาดแผลและเชื้อเริ่มลามไปที่นิ้วอื่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้หมอบอกว่านิ้วเท้าของแม่ที่เกิดอาการบวม หากรักษาไม่หายก็จะต้องตัดนิ้วทิ้งอีก เพราะนิ้วอาจจะติดเชื้อลึกเข้าไปในกระดูก แต่เมื่อได้มากินยาสมุนไพรของหมอเณร ปรากฏว่าแผลเริ่มแห้งขึ้นตามลำดับ แผลที่นิ้วก็หายเป็นปกติ อาการต่างๆของโรคเบาหวานก็หายไป ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่แม่ไม่ต้องถูกตัดนิ้วเท้าทิ้งอีก


Credit. khonthaiuk
ใหม่กว่า เก่ากว่า