“กินเมล็ดแมงลัก ลดพุงและความอ้วนได้?”


รศ.ดร.สุธาทิพ ภมรประวัติ เขียนถึงสรรพคุณของเมล็ดแมงลัก ในบทความพิเศษ นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 357 ระบุว่า แมงลัก (Hoary Basil) เป็นพืชล้มลุกในสกุลกะเพรา-โหระพา มีคุณสมบัติทางยาหลายประการ รวมถึงการเป็นยาระบายและใช้ลดความอ้วน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เป็นยาระบาย - ใช้เมล็ดแก่ของแมงลักประมาณ 1 ช้อนชา แช่น้ำ 1 แก้ว ปล่อยให้พองตัวดีแล้ว ดื่มแก้ท้องผูก

ลดความอ้วน - เมล็ดแมงลักมีสารเมือกซึ่งสามารถพองตัวในน้ำได้ 45 เท่า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกินอาหารที่มีกาก โดยนำเมล็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชา แช่น้ำ 1 แก้ว ทิ้งไว้จนพองตัวเต็มที่ กินก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง ดื่มน้ำตาม ช่วยให้กินอาหารได้น้อยลง ลดปริมาณพลังงานอาหาร ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัว ขับถ่ายได้ดีขึ้น และลดอาการท้องผูก

*ข้อควรระวัง ถ้าใช้เมล็ดแมงลักที่ยังพองตัวไม่เต็มที่ จะทำให้มีการดูดน้ำจากลำไส้จนเกิดอาการขาดน้ำ และอาจเกิดอาการลำไส้อุดตันได้ (โดยเฉพาะแมงลักที่บดเป็นผง)

นอกจากนี้ การศึกษาทางเภสัชวิทยาและทางการแพทย์ ได้ศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า เมื่อป้อนเมล็ดแมงลัก ขนาด 37.5 มก./กก. ละลายน้ำให้พองตัว ให้หนูขาวและหนูถีบจักร จะมีผลให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวเทียบเท่ากับการให้หนูกินยาถ่าย metamucil ขนาด 300 มก./กก.  อีกทั้ง มีการทดลองใช้เมล็ดแมงลัก โดยใช้ปริมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำ 240 มล. หรือประมาณ 1 แก้ว ให้ผลเป็นยาระบายในคนปกติเช่นเดียวกับ psyllium 2 ช้อนชา โดยมีผลที่น่าสนใจ คือ เพิ่มจำนวนครั้งในการถ่าย เพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำให้อุจจาระอ่อนตัวกว่าปกติ จากการศึกษาจะพบว่าเมล็ดแมงลักสามารถใช้เป็นยาระบายได้ดี
"รศ.ดร.สุธาทิพ ภมรประวัติ เขียนถึงสรรพคุณของเมล็ดแมงลัก ในบทความพิเศษ นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 357 ระบุว่า เมล็ดแมงลักมีฤทธิ์เป็นยาระบาย เมื่อนำเมล็ดแมงลัก 1 ช้อนชา แช่น้ำ 1 แก้ว ปล่อยให้พองตัวดี แล้วดื่มแก้ท้องผูก และเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกินอาหารที่มีก"

แหล่งข้อมูล
ใหม่กว่า เก่ากว่า