แนะเทคนิคการหุงข้าวสวยด้วย “ไมโครเวฟ” อร่อยได้ไม่ต้องง้อหม้อหุงข้าว++

เชื่อว่าคนสมัยนี้น่าจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวเสียเท่าไร เพราะด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น “อยู่คนเดียว ไม่อยากหุงแล้วเหลือทิ้ง” “ไม่มีหม้อหุงข้าว” หรือ “ไม่มีเวลา ซื้อทานเร็วกว่า” ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ทำให้ การใช้หม้อหุงข้าวในหอพักหรือตามคอนโดมีแนวโน้มที่ลดลง และเปลี่ยนเป็นไมโครเวฟ ที่มีความสามารถในการอุ่นร้อนอาหารได้อย่างรวดเร็วแทน
แต่ถ้าวันไหนรู้สึกอยากจะกินข้าวสวยร้อนๆขึ้นมาแล้วละก็ คุณรู้หรือไม่ว่า ‘ไมโครเวฟ’ ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่อมือที่จะช่วยเปลี่ยนข้าวสารให้เป็นข้าวสุกได้เหมือนกันนะ เพียงแต่ต้องอาศัยเทคนิคการให้ความร้อนสักเล็กน้อย ไม่เช่นนั้น อาจทำให้ข้าวสุกไม่สม่ำเสมอกันได้
เทคนิคนี้ไม่ยาก และทำได้ทุกคนแน่นอน เพียงแค่คุณเริ่มต้นจากการหาชาม 1 ใบ และจาน  2 ใบ โดยควรจะเป็นภาชนะที่สามารถนำเข้าเตาไมโครเวฟได้ เช่น ชามเซรามิก ชามแก้ว เป็นต้น จากนั้น ให้นำข้าวสารไปล้างน้ำให้สะอาดสัก 1 ครั้ง เทน้ำซาวข้าวทิ้งไป นำข้าวสารที่ล้างสะอาดแล้วใส่ลงไปในชามที่เตรียมไว้ พร้อมกับเติมน้ำตามลงไป โดยใช้อัตราส่วนของข้าวต่อน้ำอยู่ที่ ข้าว 1 ส่วน : น้ำ 2.5 ส่วน  ทั้งนี้ต้องดูปริมาตรของข้าวสารต่อขนาดของชามให้เหมาะสมด้วย เพราะหากใช้ชามใบเล็กเกินไป ระหว่างที่น้ำเดือด อาจทำให้น้ำล้นออกมาจากชามเสียหมดก่อนที่ข้าวจะสุกทั่วได้ ทางที่ดีที่สุดคือ การเลือกใช้ชามใบใหญ่ๆไว้จะดีที่สุด
หลังจากตวงข้าวและน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำจานที่เตรียมไว้ปิดฝาด้านบน ส่วนจานอีกใบให้รองไว้ด้านล่าง เพื่อใช้รองรับน้ำระหว่างการทำให้ข้าวสุก ลักษณะของการจัดภาชนะจะคล้ายๆกับการประกบแซนวิชที่มีชามอยู่ตรงกลาง หลังจากเตรียมเสร็จก็นำเข้าตู้ไมโครเวฟได้เลย ปรับกำลังวัตต์ของเครื่องไมโครเวฟไปที่ 800 วัตต์ และตั้งเวลาให้เครื่องทำงานนาน 15 นาที หลังจากที่ครบเวลา 15 นาทีแล้ว อย่าเพิ่งใจร้อน!! ให้ปิดฝาต่อไปอีก 5 นาที เพื่อให้ข้าวระอุอยู่ภายในอีกสักพัก ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ข้าวสวยที่ได้ สุกเสมอกันได้ดีมากยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลา 20 นาทีแล้ว จึงเปิดฝาออก และเตรียมตัวพบกับข้าวสวยร้อนๆ ที่อาจทำให้คุณลืมความอร่อยของกับข้าวที่วางอยู่ตรงหน้าไปได้เลยก็เป็นไปได้
ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะกับการหุงข้าวสวยด้วยไมโครเวฟ แต่สูตรที่ว่านี้จะเหมาะกับข้าวหอมมะลิเท่านั้น หากจะหุงข้าวขาวหรือข้าวกล้อง จะต้องมีการเพิ่มปริมาณน้ำหรือเวลาที่ใช้ในการให้ความร้อนเข้าไปอีกสักนิด ส่วนวิธีการอื่นๆ ก็ให้ทำเหมือนเดิมทุกประการ ทีนี้...ก็คงไม่ต้องง้อหม้อหุงข้าวอีกต่อไปแล้วสินะ

ใหม่กว่า เก่ากว่า